ทำอย่างไรเมื่อถูกสวมรอย!! กฎหมายเน็ตช่วยได้

25/06/2010 ที่ 3:38 AM | เขียนใน กฏหมายเน็ตน่ารู้ | ใส่ความเห็น

นักแสดงวัยรุ่นคนหนึ่งที่ถูกใช้ชื่อ รูปภาพ และข้อมูลส่วนตัว นำไปทำไฮไฟว์ปลอมเพื่อล่อลวงผู้หญิงให้เกิดความเข้าใจผิดว่าได้พูดคุยกับนักแสดงคนนั้นจริงๆ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อจึงได้นัดพบแล้วก่ออาชญากรรม ส่งผลให้นักแสดงคนดังกล่าวเสียชื่อเสียงและถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมในการกระทำนั้น หรือกรณีของคู่รักที่เลิกรากันไปแล้วแต่ยังมีเรื่องบาดหมางกันอยู่ ฝ่ายชายระบายความโกรธด้วยการนำรูปอีกฝ่าย พร้อมชื่อนามสกุลจริง ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์และข้อมูลส่วนตัวไปโพส ตามเว็บเชิงขายบริการทางเพศ ทำให้มีทั้งโทรศัพท์ จดหมาย อีเมล กระทั่งมีคนดักรอหน้าบ้าน หน้าโรงเรียน ก่อให้เกิดความอับอายและเสียสุขภาพจิตของผู้เคราะห์ร้าย

นอกจากนี้ การสวมรอยยังทำได้ในลักษณะของความผิดทางแพ่งและพาณิชย์ เช่น  การที่คนร้ายขโมยบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่าน (Password) เพื่อล็อกอินเข้าไปซื้อสินค้าในเว็บไซต์แห่งหนึ่ง และทางเว็บไซต์ได้ติดตามทวงเงินมากับผู้ที่ถูกสวมรอย ทำให้เหยื่อต้องเสียชื่อเสียง เสียประวัติทางด้านการเงิน ก่อให้เกิดหนี้สินมากมาย และต้องคดีที่ตนมิได้เป็นผู้ก่อขึ้น

กฎหมายพรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ก็ให้ความคุ้มครองสำหรับผู้เสียหายจากการสวมรอย สำหรับการโพสข้อความรูปภาพโดยแอบอ้างว่าเป็นบุคคลอื่นเท่ากับเป็นการนำเข้าข้อมูลที่เป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และทำให้ผู้อื่นเสียหายแล้วมีความผิดตามมาตรา 14 (1) มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ ยังมีความผิดตามมาตรา 264 วรรค1 ประมวลกฎหมายอาญา ฐานปลอมเอกสาร กล่าวว่า ผู้ใดทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือส่วนหนึ่งส่วนใด เติม หรือ ตัดทอนข้อความ หรือ แก้ไขด้วยประการใดๆ ในเอกสารที่แท้จริงหรือประทับตราปลอม หรือ ลงลายมือชื่อปลอมในเอกสารโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยกระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรณีที่ผู้เสียหายได้แจ้งไปยังเว็บไซต์ที่ให้บริการเพื่อให้ทำการลบข้อมูลออกแล้วแต่ทางเว็บไซต์ยังนิ่งเฉยไม่กระทำลบข้อมูลอันเป็นเท็จนั้น ก็จะมีความรับผิดทางกฎหมายพรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550  มาตรา 15  คือ ผู้ให้บริการผู้ใดจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำผิดตามมาตรา 14 ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิด

 ขอบคุณที่มา

http://report.thaihotline.org/InternetLaw.php?act=sh&l=&Id=OA==

ให้ความเห็น »

RSS feed for comments on this post. TrackBack URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .
Entries และ ข้อคิดเห็น feeds.

%d bloggers like this: